พักชำระหนี้คนพิการ และ ผู้ดูแล 12 เดือน

ครม. เห็นชอบ พักชำระหนี้คนพิการ พร้อมเพิ่มเบี้ยให้จาก 800 เป็น 1,000

อีกหนึ่งข่าวดีมากๆสำหรับวันนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับการเข้าประชุมคุณรัฐมนตรีวันนี้ ที่มีหัวข้อในการประชุมเกี่ยวกับการพักชำระหนี้คนพิการเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมกับมาตรการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท ในส่วนของการลงทะเบียน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ด้านล่าง

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้ออกมาแจ้งเกี่ยวกับ มติคณะรัฐมนตรี ได้ลงมติเห็นชอบ อนุมัติและเห็นชอบจากมาตรการเยียวยา และ ช่วยเหลือคนพิการในช่วงวิกฤตของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมติในที่ประชุม ของคณะกรรมการส่งเสริม และ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่กระทรวงพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมุษย์เสนอ หนึ่งในมาตรการที่ได้รับการอนุมัติก็คือ “การพักชำระหนี้เงินกู้ยืมประกอบอาชีพฯ กองทุนส่งเสริม และ พัฒนาอาชีพคนพิการ” เพื่อผู้พิการ และ ผู้ดูแล รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 12 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2564 รวมจำนวนผู้ได้พักชำระหนี้ทั้งสิ้น 134,497 ราย คิดเป็นเงินมูลค่าทั้งสิ้น 3,180 ล้านบาท

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้คนพิการจะได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้น จากเดิมได้รับเดือนละ 800 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาท โดยการให้เงินกับคนพิการที่มีรบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 1,103,065 ราย นอกจากนี้ยังมีจำนวนเด็กพิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีอีกจำนวน 126,032 ราย คิดเป็นตัวเลขทั้งสิ้น 1,229,097 ราย สำหรับผู้พิการที่จะได้รับเบี้ยเพิ่มนั้น จะต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ

2 ช่องทางในการลงทะเบียนเพิ่มเบี้ยผู้พิการ

  1. ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องเป็นผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน สามารถทำการบลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  2. คนพิการที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถทำเรื่องลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

 

 

 

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่น่าสนใจ

วิธีลงทะเบียนรับเงิน 3,000 บาท โครงการคนละครึ่ง
ขั้นตอนในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินผ่านโครงการ คนละครึ่ง.com โครงการล่าสุดจากทางรัฐบาลที่ใช้ชื่อว่า “คนละครึ่ง” […]