คืนภาษีเงินได้ 2562

กรมสรรพากร ได้เปิดเผยตัวเลขในการคืนภาษีเงินได้ รวมมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท

เปิดเผยจากทางกรมสรรพากร เกี่ยวกับการคืนเงินภาษีให้กับคนไทยซึ่งล่าสุด คืนภาษีเงินได้ไปแล้วกว่า 3.3 หมื่นล้านกว่าบาท เป้าหมายหลักคือเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนคนไทยในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังแจ้งเตือนประชาชน ที่ยังไม่ได้ยื่นภาษีเงินได้ ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 นี้

จากการรายงานของทางด้านที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ในการจัดเก็บภาษี นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ  ได้เปิดเผยตัวเลขของกรมสรรพากรว่าได้มีการเร่งพิจารณา และ อนุมัติในการคืนภาษี ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ประจำปีภาษี พ.ศ. 2562 ซึ่งคืนภาษีไปแล้วกว่า 3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินภาษีที่คืนคิดเป็นจำนวน 3.3 หมื่นล้านบาท

เป้าหมายหลักของกรมสรรพากรที่เร่งการคืนเงินภาษีครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่อง และ เพื่อเป็นการเพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชน เนื่องจากกสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการคืนเงินผู้ที่ยื่นภาษี ผ่านการยื่นบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ด้วยตัวเลขร้อยละ 90 ทางกรมได้มีการจัดส่งเอกสารประกอบการ เพื่อพิจารณาการคืนเงินภาษี ครบถ้วน โดยจะมีการผูกพร้อมเพย์เอาไว้กับธนาคาร ที่ขอคืนไปแล้ว

ในส่วนของวันที่ จะสิ้นสุดการยื่นแบบภาษี ประจำปี 2562 ซึ่งมีกำหนดเอาไว้ว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ทางกรมสรรพากร แนะนำประชาชนให้ทำการยื่นภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเว็บไซต์ กรมสรรพากร https://www.rd.go.th/publish/index.html พร้อมกับการผูกบัญชีธนาคาร ที่ได้รับเงินภาษีในระบบ พร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งจะทำให้ได้รับเงินภาษีเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทรติดต่อได้ที่เบอร์ 1161 หรือ ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

 

 

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่น่าสนใจ

วิธีลงทะเบียนรับเงิน 3,000 บาท โครงการคนละครึ่ง
ขั้นตอนในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินผ่านโครงการ คนละครึ่ง.com โครงการล่าสุดจากทางรัฐบาลที่ใช้ชื่อว่า “คนละครึ่ง” […]