CPA ต่างกับ CPC อย่างไร?

//CPA ต่างกับ CPC อย่างไร?

CPA ต่างกับ CPC อย่างไร?

ปัจจุบันการคิดค่าโฆษณามีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละ Platform ที่จะมีโมเดลที่แตกต่างกันออกไป วันนี้จึงขอยกตัวอย่างรูปแบบของ CPC (Cost Per Click) และ CPA (Cost Per Action) มาให้ทราบถึงข้อแตกต่างกันค่ะ

  • CPC (Cost Per Click) คือการที่เจ้าของสินค้า (Advertiser) จ่ายเงินให้กับผู้เผยแพร่โฆษณา (Publisher) เมื่อเกิดการคลิก เช่น การลงโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์โดยการนำแบนเนอร์หรือลิงก์ไปติดไว้ที่หน้าเว็บ เมื่อมีลูกค้าคลิกแบนเนอร์โฆษณาที่นำไปวางไว้ ผู้เผยแพร่โฆษณาจะได้ค่าคลิกต่อหนึ่งคลิก ตามราคาที่ตกลงกับเจ้าของสินค้าไว้ ข้อดีของ CPC คือ ผู้วางโฆษณาจะได้รับเงินทุกครั้งที่เกิดการคลิก แต่ในมุมกลับกัน เจ้าของสินค้าหรือที่เรียกว่าเจ้าของ Banner โฆษณา จะต้องชำระเงินให้กับผู้เผยแพร่โฆษณาทุกครั้งที่เกิดการคลิก แต่ไม่สามารถการันตีได้ว่าผู้คลิกโฆษณาจะตัดสินใจซื้อสินค้านั้นหรือไม่ เจ้าของสินค้าก็ต้องจ่ายค่าคลิกโดยสินค้าอาจจะไม่สามารถขายได้ จึงทำให้ผลตอบแทนค่าคลิกตํ่า เมื่อเทียบกับ CPA
  • CPA (Cost Per Action) คือ รูปแบบการจ่ายผลตอบแทน โดยจ่ายค่าคอมมิชชั่น เมื่อมีการกระทำตามที่กำหนดไว้ เช่น จ่ายเมื่อมีการซื้อสินค้า จ่ายเมื่อมีการกรอกแบบฟอร์ม จ่ายเมื่อมีการใส่ข้อมูลอีเมล์ หรือจ่ายเมื่อมีการใส่รหัสไปรษณีย์ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน CPA เป็นรูปแบบการตลาดที่นิยมมากกว่า CPC  เพราะว่าผลตอบแทนที่ได้ต่อหนึ่งเอคชั่นมีผลตอบแทนที่สูง เช่น การขายสินค้าชึ้นหนึ่งราคา 2,500 บาท ผู้ขายให้คอมมิชชั่น 10% หมายความว่าผู้เผยแพร่โฆษณา (Publisher) ได้เงิน 250 บาทต่อการขายหนึ่งครั้ง ซึ่งถ้าราคาสินค้า 2,500 บาท นี้ เจ้าของสินค้า (Advertiser) เลือกรูปแบบโฆษณาแบบ CPC ก็คงจะตั้งค่าคลิกไว้เพียง คลิกละ 1-2 บาท ซึ่งเห็นว่าจะต้องมีผู้คลิกถึงประมาณ 125-250 คลิก เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้เผยแพร่โฆษณา (Publisher) จึงจะได้ค่าคอมมิชชั่น 250 บาท ซึ่งในความเป็นจริงลูกค้าที่สนใจคลิกโฆษณาโดยเฉลี่ยประมาณ 50-70 ครั้ง ก็จะมีการซื้อสินค้าหนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าผู้เผยแพร่โฆษณา (Publisher) เสียโอกาสในการรับค่าคอมมิชชั่นแบบ CPA ไป ดังนั้นจะเห็นว่าถ้าผู้เผยแพร่โฆษณา (Publisher) เลือกทำโฆษณาแบบ CPA จะได้ผลตอบแทนถึง 1,000 บาท ซึ่งมากกว่ารายได้ที่เกิดจาก CPC ประมาณ 4 เท่า

จากตัวอย่างของการลงโฆษณาแบบ CPC และ CPA ข้างต้น จะเห็นว่า CPA ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า CPC โดยเฉพาะในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์หรือบล็อกที่เขียนเกี่ยวกับเงินกู้ เมื่อมีผู้ใช้ค้นหาคำว่าเงินกู้ และเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณ คนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่สนใจในเงินกู้จริงๆ จึงมีเปอร์เซ็นต์ที่จะคลิกผ่านโฆษณาของคุณไปทำการกู้เงินสูง ซึ่งคุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการกู้เงินนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม CPC ก็มีข้อดีในกรณีที่เว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติผู้เยี่ยมชมเหล่านี้จะมาจากหลายๆ กลุ่ม ซึ่งมีความสนใจในเรื่องที่ต่างกัน นั้นหมายความว่าโดยส่วนใหญ่ เนื้อหาของเว็บไซต์ที่มีผู้ชมมากขนาดนี้จะเป็นเว็บไซต์ที่แสดงเนื้อหาไม่เฉพาะเจาะจง เช่น มีเนื้อหาทั้งในเรื่องก่อสร้าง ความสวยความงาม รถยนต์ ท่องเที่ยว ดังนั้นโฆษณาที่เลือกนำไปโฆษณาจึงเหมาะที่จะเลือกแบบ CPC เพราะจะมีคนคลิ๊กผ่านโฆษณาของคุณมากแต่คนเหล่านี้จะไปสู่การซื้อสินค้ายาก เนื่องจากการเข้ามาชมเว็บไซต์ไม่ได้เจาะจงว่าสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ

โดยปกติแล้ว เจ้าของสินค้าจะทำการโฆษณาสินค้าอยู่สองแบบ คือ

  1. เพื่อสร้างแบรด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักโดยไม่เน้นว่าจะต้องขายสินค้าได้ เจ้าของสินค้ากลุ่มนี้จะเลือกรูปแบบโฆษณา CPC
  2. เจ้าของสินค้าเน้นโฆษณาเพื่อขายสินค้าของตนเอง ก็จะเน้นโฆษณาในรูปแบบ CPA   ในทางกลับกัน เจ้าของเว็บไซต์ก็มีสองแบบเช่นเดียวกัน คือ 1.เจ้าของเว็บไซต์ที่เขียนเรื่องหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้เหมาะสมที่จะนำรูปแบบ CPC มาใช้ในการทำโฆษณา และ 2. สองเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้เยี่ยมเว็บไซต์นี้ก็จะเป็นกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องนั้น และมีโอกาสที่จะซื้อสินค้าสูง ดังนั้นเว็บไซต์เหล่านี้จึงเหมาะที่จะนำรูปแบบโฆษณา CPA มาใช้

ดังนั้น Cost Per Action (CPA) คือช่องทางเลือกอีกประเภทที่สามารถทำเงินให้กับผู้ลงโฆษณาบนเว็บไซต์และเจ้าของสินค้า ได้ดีกว่า CPC เพราะเว็บไซต์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาเฉพาะเจาะจง หรือแม้แต่ในเว็บไซต์ใหญ่ๆ ที่มีผู้ชมเยอะๆ ในหน้าแรกที่มีเรื่องราวหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่พอหน้าในๆ ก็จะเป็นเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเช่นเดียวกันกับเว็บไซต์หรือบล็อกที่เขียนเรื่องนั้นๆเป็นการเฉพาะ ดังนั้นการโฆษณาแบบ CPA จึงเหมาะกับเว็บไซต์ทุกประเภท จึงกล่าวได้ว่า CPA  นี่แหละคือแหล่งทำเงินให้กับเจ้าของเว็บไซต์เลยก็ว่าได้

ทั้งนี้ แอ็กเซสเทรด (ACCESSTRADE) ผู้ให้บริการระบบการตลาดออนไลน์ หรือระบบแอฟฟิลิเอตเจ้าแรกของประเทศไทย  ก็ได้ให้บริการในรูปแบบของ CPA (Cost Per Action) ที่ทำการจ่ายค่าตอบแทนเมื่อกิจกรรมสำเร็จแล้วเท่านั้น  

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.accesstrade.in.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-168-7381-3 หรืออีเมล์ support@accesstrade.in.th

By | 2018-05-18T14:51:28+00:00 May 18th, 2018|Uncategorized|0 Comments

About the Author:

Leave A Comment

%d bloggers like this: